108พระดี
108พระดี
สายตรง โทร :
088-6269955

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิกใหม่
จำนวนสินค้า ชิ้น
รวมเงิน บาท
ดูสินค้าในตะกร้า
ชื่อสินค้า
 
เลขที่ใบสั่งซื้อ
 

 


เว็บบอร์ด 108พระดี ตอบกระทู้

กระแสร้อยแรงยิ่งกว่าการเมืองในขณะนี้ คือ การ( โพส แชร์ ส่ง ) หนังสือของสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย

  « เมื่อ 27-11-2015 เวลา 11:12:54 โดย www.หมวดต้อมพระเครื่องเมืองเลย อ่าน 490 »
           จากการที่สมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย ได้มีหนังสือจากสมาคมให้บุคคลพ้นจากสภาพสมาชิกของสมาคม และห้ามยุ่งเกี่ยวๆใดๆกับสมาคม นั้น เป็นข่าวที่ฮ๊อดและร้อนแรงอย่างมาก ยิ่งกว่าข่าวการเมืองเสียอีก  เนื่องจากเป็นมติแบบฟ้าผ่าลงไปตรงๆกับบุคคลที่ได้รับทราบหนังสือนั้น แถบแบบล้มทั้งยืน เนื่องจากบุคคลนั้นพึงได้รับแต่งตั้งมาไม่ถึงปี  เมื่อมองกลับไปแล้ว วงการพระเครื่องไทยสมัยก่อนไม่เคยมีการดำเนินการแบบนี้  เมื่อสังคมได้พัฒนาไป ทำให้ยุกค์สมัยเปลี่ยนแปลงไปตาม   ในวงการพระเครื่องก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสัจธรรมและทุกๆวงการ ก็ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะบนเสมอ นี้ก็เป็นสัจธรรมของมนุษย์ในสังคม ซึ่งเราทราบกันดี   แม้นแต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น ทุกนานาประเทศยอมรับว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็ยังมีข่าวให้เห็นว่ามีการทุจริต ออกมาให้เห็น แต่สำนึกของนักการเมืองเขา เมื่อได้ทำผิดย่อมการรับผิดแบบสุดๆ ตัวอย่างมี รมต.คนหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต เมื่อสังคมจับได้ว่าเขาทุจริตแล้ว รมต.ท่านนั้นตัดสินใจฆ่าตัวตายทันที นี้เป็นสปริตของคนในประเทศเขา  และมีอีกประเทศหนึงซึ่งเราเคยเห็น คือประเทศเกาหลี  ที่ผ่านมาไม่นานมานี้ ก็มีตัวอย่างให้เห็นเช่นกัน           ย้อนกลับมาหาวงการพระเครื่องของประเทศไทย ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนึ่งเดี่ยวหรือประเทศเดี่ยวในโลกก็ว่าได้ที่ ไทยเรามีวงการพระเครื่อง พระบูชา วัตถุมงลค ตะกรุด ผ้ายันต์  เพราะประเทศไทย นับคือศาสนาพุทธ เป็นส่วนใหญ่ พระเครื่อง เครื่องร่างของขลัง มีมาตั้งแต่ สมัย สุโขทัย มาอยุธยา และสู่สมัยรัตนโกสิน มีเกจิหลายต่อหลายท่านที่ท่านได้บวชเรียนแล้วปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเรียนวิชาอาคม เรียนอัขระวิธีจนแก่กล้า จิตเข้มเเข็ง สามารถตั้งจิตอธิฐานให้วิชาอาคมที่เรียนมา ให้อักขระ(ยันต์) มีพลังอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ ปาฎิหาริ์ สืบเนื่องมาตั้งโบร่ำโบราณ และศาสตร์วิชานี้ยังมีและสืบทอดกันมาตลอดมา มิเสื่อมคลาย
           เมื่อมีคนเป็นจำนวนมากเริ่มเข้ามาเก็บและศึกษาพระเครื่อง มากขึ้นๆ และเกจิอาจารย์ก็มากขึ้นๆตามทำให้ เกิดปัญหาตามมาหลายๆด้าน เนื่องจากบุคคลที่เข้ามาสู่วงการพระเครื่องไม่เหมือนกัน บางคนเข้ามาเพื่อศึกษา บางคนเข้ามาเพื่อเก็บสะสม บ้างคนเข้ามาเพื่อหวังผลการเชิงพาณิชย์ และทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งไม่สามารถที่จะควบคุมคนเหล่านี้ได้ เมื่อคนจำนวนมากที่เข้ามาสู่วงการพระเครื่องมากยิ่งขึ้น  ปัญญาต่างๆ ก็เริ่มมียิ่งขึ้นเช่นกัน 
           ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องให้คนเหล่านี้มีระเบียบและสังคม จึงเกิดเป็นชมรมขึ้นมา เพื่อคอยควบคุมดูแล คนในชมรมและสมาคา  การรวบตัวหลายๆชมรมจึงเป็นสมาคม   แต่ถึงจะมีชมรม และสมาคมขึ้นมาแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะดูแลคนที่มาจากต่างชมรม ต่างสมาคมได้ เพราะไม่มีกฎหมาย หรือข้อบังคับใดจะเข้าไปดำเนินการกับบุคคลที่มาจากที่ต่างๆกันได้ การที่จะควบคุมคนได้นั้น ต้องมีกฎ ข้อบังคับ และบทลงโทษ ทั้ง ๓ อย่างนี้ ถ้าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปจะใม่สามารถควบคุมคน ซึ่งอยู่ในสังคมได้เลย จำเป็นแล้วหรือไม่ที่จะต้องมี กฎ ข้อบังคับ และบทลงโทษ เกี่ยวกับชมรม หรือสมาคม เสียที  
                ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาด่วนๆเเละเป็นเหตุการที่ทำให้สมาคมต้องมีคำสั่งหรือหนังสือนั้น คือจากงานประกวดพระเครื่องพระบูชาจังหวัดเลย  ( ๘ พ.ย.๕๘)  เมื่อผมมองกว้างแล้วนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจไม่ถูกหรืออาจจะถูกก็ได้  ผมว่าเรื่องดังกล่าวมาจากคนในสมาคมที่เป็นคนทำเรื่องนี้ แต่คนในจังหวัดเลย ก็มีส่วนด้วยที่จะให้ข้อมูลไป ซึ่งสาเหตุหลักคงมาจากเรื่องๆเดี่ยวคือ "ผลประโยชน์" เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีกลุ่มคนที่ชอบ และไม่ชอบกัน รวมตัวกันเรียกว่า"ใหญ่ในวงการ" ไม่พอใจ เนื่องการผลประโยชน์ไม่มาสู่ตน การจัดงานแต่ละครัังนั้น ใครสามารถเข้ามาได้ ก็สามารถกอบโกยผลประโยชน์ไป คนที่มีอาชีพนี้ ไม่สามารถเข้ามาได้ ก็จะคิด และหาวิธีเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ให้ดิ้นๆให้ตายๆ หรือไม่ก็ให้ออกจากวงจรไป  จึงเป็นเหตุผลที่คนทุกคนในวงการทราบดี ว่า แต่ละวงการย่อมมีเส้นสาย มีกลุ่ม มีพวก ถ้ากลุ่ม พวกตนไม่ได้ผลประโยชน์แล้ว ก็จะกระทำทุกวิธีทางให้ตนเองและพวกพ้องกลุ่มตนได้อยู่ได้งานและมีผลประโยชน์ต่อไป   
                  จะทำอย่างไรจึงมีวิธีการที่กลุ่มหรือพวกเหล่านี้จะ สามัคคีกันเดินไปด้วยกัน แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ผูกขาด คนที่กลุ่มอำนาจ กลุ่มกำลังพลมากๆ ก็จะได้เปรียบ มีอิทธิพลทำได้ทุกอย่าง ถ้าจะมองไปแล้ว คำสั่งหนือหนังสือสั่ง ที่ออกมามิใช่สิ่งที่ดี มีแต่จะกลายเป็นสิ่งตอกย้ำรอยแผลให้เจ็บและกว้างยิ่งใหญ่ขึ้นเสียอีก เนื่องจากมีบุคคลในวงการชมรมหรือสมาคมไม่ถูกกัน คนที่เข้ามาก็หวังผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่คำนึ่งว่าจะเป็นอยา่งไรกับคนอื่น ขอแต่ให้ตนได้ผลประโยชน์แค่นั้นเพียงพอ คนอื่นมิใช่พวกตนมิสน มึงจะเป็นอย่างไร 
            เมื่อความคิดความในใจเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านๆทั้งหลายที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนของสังคม คนของชมรม หรือคนสมาคม ท่านมีความภาคภูมิใจหรือครับ เมื่อในใจท่านมีแต่ ผลประโยชน์ แล้ว ท่ายยังไปพูดในที่ต่างๆว่า ท่านไป หรือท่านมาเพื่อทำประโยชน์ในกับ ตลาดนัด อำเภอ จังหวัดนี้ ท่านไม่ละอาจใจตัวเองกับคำพูดของตัวเองหรือ แล้วท่านจะมาเพื่อทำประโยชน์ เมื่อในใจท่านมาก็เพราะผลประโยชน์  ครับ 
108พระดี
หน้าแรก รายการสคริปต์ สินค้าในตะกร้า การสั่งซื้อและขนส่ง แจ้งการชำระเงิน เว็บบอร์ด ติดต่อเรา เว็บเพื่อนบ้าน
Copy Right © 108พระดี All Right Reserved | Design By Wowpra.com 
ที่อยู่ - เบอร์โทรศัพท์ 088-6269955 Fax -
Email : admin@108pradee.com